รวม Load Chart รถเครน 25 ตัน - 200 ตัน (XCMG, KATO, ZOOMLION) | คู่มือประเมินงานยกเบื้องต้น
คู่มือการทำงานสงขลา, ภาคใต้

รวม Load Chart รถเครน 25 ตัน - 200 ตัน (XCMG, KATO, ZOOMLION) | คู่มือประเมินงานยกเบื้องต้น

Hub รวม Load Chart รถเครนยอดนิยมทุกขนาด 25 ตัน, 50 ตัน, 80 ตัน, 100 ตัน, 200 ตัน พร้อมคำแนะนำวิธีเลือกขนาดรถเครนให้เหมาะกับหน้างานก่อสร้าง

8 นาทีS.K. Kunatham Group

ภาพประกอบบทความ

รวม Load Chart รถเครน 25 ตัน - 200 ตัน (XCMG, KATO, ZOOMLION) | คู่มือประเมินงานยกเบื้องต้นคู่มือการทำงาน สงขลา, ภาคใต้ - ภาพที่ 1 จาก 1
1/1

ข้อควรระวังขั้นวิกฤต (Critical Warning): "การประมาณการด้วยสายตา" คือสาเหตุอันดับหนึ่งของอุบัติเหตุรถเครนพลิกคว่ำ (Crane Overturn) พิกัด 50 ตัน ไม่ได้แปลว่ายก 50 ตันได้ในทุกระยะ! การประเมินงานยกต้องอ้างอิงจาก Load Chart แท้ของสเปครถเครนแต่ละรุ่นแต่ละค่าย (Manufacturer's Load Chart) เท่านั้น ห้ามใช้ค่าเฉลี่ยเด็ดขาด

หลายครั้งที่ผู้รับเหมาหรือโฟร์แมนหน้างานกะเกณฑ์ระยะผิดพลาด ส่งผลให้ต้องเสียเวลาเรียกรถเครนคันใหม่ที่ใหญ่กว่าเดิมมาหน้างาน (เสียค่าเช่าซ้ำซ้อน) หรือร้ายแรงที่สุดคือเกิดอุบัติเหตุสลิงขาด บูมหัก

เพื่อให้วิศวกรและผู้คุมงานสามารถวางแผนเครื่องจักร (Machinery Planning) ได้อย่างแม่นยำที่สุด 100% ทาง เอส.เค.คุณธรรม กรุ๊ป จึงได้รวบรวม Load Chart ฉบับเต็มของรถเครนทุกรุ่นในฟลีทของเราเอาไว้ในระบบให้คุณดาวน์โหลดและดูได้ฟรี!


🎯 คลังข้อมูล Load Chart ฉบับสมบูรณ์ (Crane Specs Hub)

เราได้เตรียมหน้า Crane Specifications Hub ที่รวบรวมสเปคเต็ม (Full PDF Spec Sheets) และตาราง Load Chart เชิงลึกของรถเครนทุกรุ่น ตั้งแต่ขนาด 25 ตัน ที่เน้นความคล่องตัว โผล่ทะลุไปจนถึง 500 ตันระดับ Mega Project

คุณสามารถเข้าไปดูข้อมูลของ:

  • รถเครน 25 - 35 ตัน: KATO, KOBELCO (Rough Terrain)
  • รถเครน 50 - 80 ตัน: ZOOMLION, TADANO, XCMG (Truck Crane / All Terrain)
  • รถเครน 100 - 150 ตัน: XCMG, ZOOMLION (All Terrain)
  • รถเครน 200 - 500 ตัน: LIEBHERR, DMAG, XCMG (Heavy Lift All Terrain)

👉 คลิกเพื่อเข้าสู่หน้า รวมสเปครถเครน และ Load Chart ฉบับเต็ม (Crane Specs) 👈


🚀 ตีวงให้แคบลงด้วย "โปรแกรมคำนวณขนาดเครนเบื้องต้น"

การเปิดไล่ดู Load Chart ทีละหน้าของเครนทุกขนาดอาจใช้เวลามาก เพื่อให้คุณหา "จุดเริ่มต้น" ในการวิเคราะห์ได้เร็วที่สุด ทางเราได้พัฒนา โปรแกรมประเมินขนาดรถเครน (Crane Load Calculator) ออนไลน์ ฟรี! เพื่อใช้เป็นเครื่องมือคัดกรองเบื้องต้น (Initial Screening Tool)

เพียงแค่คุณกรอก:

  1. น้ำหนักของที่จะยก (Load Weight)
  2. ระยะห่างจุดยกจากตัวรถ (Operating Radius)
  3. ความสูงที่ต้องการยกไปวาง (Lifting Height)

ระบบประมวลผลของเราจะช่วย "ชี้เป้า" ขนาดรถเครนรุ่นที่น่าจะเป็นไปได้ (เช่น แนะนำให้เริ่มดูที่รุ่น 80 ตัน หรือ 100 ตัน) หลังจากได้ขนาดคร่าวๆ แล้ว คุณจะต้องนำข้อมูลนี้กลับไปเปิดดู Load Chart ฉบับเต็มในหน้าสเปคอีกครั้ง เพื่อตรวจสอบตัวแปรอื่นๆ เช่น มุมบูม (Boom Angle) และ น้ำหนักถ่วง (Counterweight) ก่อนตัดสินใจเช่าจริง

👉 คลิกเพื่อเริ่มประเมินเบื้องต้นด้วย โปรแกรมคำนวณขนาดรถเครน ฟรี!


5 องค์ประกอบที่ต้องรู้ หากต้องอ่าน Load Chart ด้วยตัวเอง

หากคุณจำเป็นต้องไล่อ่านตาราง Load Chart จากหน้าคู่มือ นี่คือ 5 ตัวแปรสำคัญที่คุณห้ามพลาด (หากหายไปตัวใดตัวหนึ่ง ห้ามทำการยกเด็ดขาด):

1. รัศมีการทำงาน (Operating Radius)

นี่คือค่าที่คนพลาดบ่อยที่สุด! รัศมี ไม่ใช่ ระยะจากปลายขาช้าง (Outrigger) ถึงของ แต่คือระยะห่างในแนวราบวัดจาก "จุดศูนย์กลางการหมุนของรถเครน (Center of Rotation)" ไปจนถึง "จุดศูนย์ถ่วง (CG) ของของที่ถูกยก" ซึ่งจะแปรผันตามมุมการกระดกบูม

2. น้ำหนักสุทธิของชิ้นงาน (Gross Load)

อย่าดูแค่น้ำหนักของเหล็กหรือปูนเพียงอย่างเดียว! คุณต้องบวก "น้ำหนักของอุปกรณ์ Rigging" เข้าไปด้วยทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็น ตะขอรถเครน (Hook Block), สลิงยก (Wire Ropes), สะเก็น (Shackles), หรือคานยก (Spreader Beam) ลงไปในน้ำหนักชิ้นงานด้วยเสมอ

3. ระยะยืดของขาช้าง (Outrigger Extension)

Load Chart 1 รุ่น จะมีตารางแยกย่อยหลายตาราง ขึ้นอยู่กับว่าคุณกางขาช้างได้สุดหรือไม่ (100% Fully Extended, 75%, 50% หรือ กางไม่สุดเลยเพราะติดกำแพง) การกางขาไม่สุดทำให้ขีดความสามารถในการยกลดทอนลงอย่างมหาศาล

4. ความยาวบูม (Boom Length) และ มุมบูม (Boom Angle)

ยิ่งบูมยืดออกยาวมากเท่าไหร่ Capacity ในการยกก็จะยิ่งตกลงตามหลักคานงัดคานดีด และมุมบูมที่ต่ำราบลง จะสร้างแรงบิด (Moment) ให้กับฐานรถเครนมากกว่ามุมบูมที่ตั้งชัน

5. น้ำหนักถ่วง (Counterweight)

สำหรับรถเครนคันใหญ่ (100 ตันขึ้นไป) ตัวถ่วงน้ำหนัก (Counterweight) ด้านหลังรถเครน สามารถถอดเข้า-ออกได้ ตาราง Load Chart จะเปลี่ยนไปเลยหากคุณใส่ Counterweight 10 ตันเทียบกับการใส่ 30 ตัน


ทำความเข้าใจ: Load Chart รถเครน คืออะไร? และทำไมถึงเกี่ยวข้องกับกฎหมาย?

Load Chart (ตารางพิกัดการยก) หรือที่วิศวกรไทยมักเรียกว่า "ตารางโหลด" คือเอกสารทางวิศวกรรมที่ออกโดยบริษัทผู้ผลิตรถเครน (เช่น XCMG, TADANO, KATO, LIEBHERR) เพื่อระบุ "ขีดความสามารถสูงสุดในการยกน้ำหนักได้อย่างปลอดภัย" ในแต่ละรูปสภาวะการทำงาน

ในเชิงกฎหมายความปลอดภัยและการควบคุมอาคาร (ปจ.2) การปฏิบัติงานยกด้วยปั้นจั่นจะต้องสอดคล้องกับพิกัดที่ระบุไว้ใน Load Chart เสมอ หากมีอุบัติเหตุเกิดขึ้นจากการฝืนยกเกินพิกัด (Overload) ผู้ควบคุมงานและผู้รับเหมาจะต้องรับผิดชอบทางกฎหมายเต็มๆ ดังนั้น Load Chart จึงไม่ใช่แค่ "ตัวเลขแนะนำ" แต่เป็น "กฎเหล็กแห่งความปลอดภัย"


⚠️ 3 ข้อผิดพลาดอันตราย (Fatal Mistakes) ที่พบบ่อยจากการไม่อ่าน Load Chart

การประมาทนำไปสู่อุบัติเหตุที่ประเมินค่าไม่ได้ นี่คือ 3 ข้อผิดพลาดคลาสสิกที่มักเกิดจากความละเลย:

  1. เชื่อสติ๊กเกอร์ข้างรถมากเกินไป: รถเครนที่แปะสติ๊กเกอร์ "50 ตัน" ไม่ได้หมายความว่าจะยกของ 50 ตันได้ตลอดเวลา! ค่า 50 ตันคือพิกัดสูงสุดที่ทำได้เมื่อ บูมหดสั้นที่สุด และ อยู่ใกล้จุดศูนย์กลางรถมากที่สุด (รัศมีประมาณ 2.5 - 3 เมตร) หากนำไปยื่นยกของไกล 20 เมตร ขีดความสามารถอาจลดหลั่นลงเหลือไม่ถึง 3-4 ตัน!
  2. ลืมลบน้ำหนักอุปกรณ์เสริม (Deductions): ใน Load Chart มักระบุเป็นพิกัด Gross Capacity ซึ่งแปลว่าคุณต้องหักลบน้ำหนักของ "ตะขอ (Hook Block)" และ "อุปกรณ์ช่วยยก (Rigging)" เช่น สลิง โซ่ สะเก็น ออกก่อน ถึงจะได้ค่าน้ำหนักสิ่งของที่ยกได้จริง (Net Capacity)
  3. มองข้ามน้ำหนักของตัวสลิงเครนเอง: เมื่อยืดบูมสูงขึ้นไปมากๆ น้ำหนักของสายสลิงเหล็ก (Wire Rope) ที่ห้อยต่องแต่งลงมาหลายสิบเมตร ถือเป็นน้ำหนักพาระที่ต้องนำมาคิดรวมด้วย ซึ่งหลายคนมักพลาดจุดนี้ในการยกของขึ้นตึกสูง

🌧️ ปัจจัยแวดล้อม (Site Conditions) ที่ทำให้พิกัด Load Chart ลดทอนลง

ตาราง Load Chart ส่วนใหญ่ถูกคำนวณมาบนสมมติฐานที่ว่า "ตัวรถจอดบนพื้นราบเรียบ 100% แข็งแรง และไม่มีแรงลมเข้ามากระทำ" แต่ในหน้างานจริง ภาคใต้ของเรามักเจออุปสรรคเหล่านี้:

  • แรงลมปะทะ (Wind Load): แรงลมที่พัดแรง โดยเฉพาะงานใกล้ชายฝั่ง (สงขลา, ภูเก็ต) จะปะทะเข้ากับชิ้นงานที่มีพื้นที่ผิวหน้ากว้าง (เช่น แผ่นผนัง Precast หรือป้ายโฆษณา) ทำให้เกิดโมเมนต์หมุนและแกว่ง เครนหลายรุ่นมีข้อกำหนดให้ หยุดการทำงาน หากความเร็วลมเกินกำหนด (มักจะอยู่ที่ 9.8 m/s ถึง 14 m/s แล้วแต่รุ่น)
  • สภาพพื้นดินอ่อนตัว (Ground Bearing Pressure): หากดินหน้างานรับน้ำหนักไม่ได้ การกาง Outrigger ถึงแม้จะสุดระยะ แต่หากดินทรุดตัวเพียงนิดเดียว รถเครนจะเสียศูนย์ทันที การปูแผ่นเหล็กรองพื้น (Steel Plates / Crane Mats) จึงเป็นสิ่งบังคับ
  • ความลาดเอียงของพื้นที่ (Out of Level): เครนที่กางขาแล้วไม่ได้ระนาบขนานกับพื้นโลก 100% แม้จะเอียงเพียง 1 องศาก็ทำให้พิกัดการยกลดลงหลายสิบเปอร์เซ็นต์ เพราะจุดศูนย์ถ่วง (CG) ของตัวรถถูกย้ายตำแหน่งไปแล้ว

สรุป: ให้ทีมรถเครนมืออาชีพดูแลความปลอดภัยของคุณ

การอ่านและคำนวณจาก Load Chart ให้ถูกต้องเป๊ะๆ เพื่อทำ Lifting Plan ถือเป็นงานที่ต้องอาศัยทีมงานที่มีความชำนาญด้านรถเครน เพื่อขจัดการคาดเดา ลดความเสี่ยง และลดงบประมาณที่อาจบานปลาย

เอส.เค.คุณธรรม กรุ๊ป มีทีมเครนและผู้ควบคุมการยก (Lifting Supervisor) ที่มีประสบการณ์กว่า 30 ปี เราให้บริการจัดทำแผนการยก (Lifting Plan) ให้แบบครบวงจร ทั่วภาคใต้ (สงขลา, หาดใหญ่, ระนอง ฯลฯ)

หยุดคาดเดา แล้วให้ข้อมูลขับเคลื่อนโครงการของคุณอย่างปลอดภัย

ต้องการปรึกษางานยก (Free Consultation & Site Survey): 📞 โทรสายด่วน: 074-333-074 📱 ปรึกษาผ่าน LINE (ตอบไว): @skgroup 🌐 ดูเครื่องจักรทั้งหมด: สเปครถเครน (Crane Specs)

แท็ก

#Load Chart#เครน 50 ตัน#เครน 200 ตัน#คู่มือรถเครน#ประเมินงานยก#XCMG#ZOOMLION

ข้อมูลบทความ

หมวดหมู่คู่มือการทำงาน
สถานที่สงขลา, ภาคใต้
วันที่2026-03-31

💬สนใจบริการของเรา?

ติดต่อเราเพื่อขอคำปรึกษาและใบเสนอราคาฟรี

ขอใบเสนอราคา
ทีมงาน เอส.เค.คุณธรรม กรุ๊ป พร้อมให้บริการ

บริการครบวงจรมาตรฐานระดับสากล

ให้ทีมผู้เชี่ยวชาญของเราช่วยวางแผนและให้คำปรึกษาฟรี เพื่อให้ทุกงานของคุณสำเร็จลุล่วงอย่างราบรื่นและปลอดภัยสูงสุด