ประเภทของรถเครนมีอะไรบ้าง และเลือกใช้งานอย่างไรให้คุ้มค่าที่สุด (อัปเดต 2026)
คู่มือการเช่าเครนทั่วไป

ประเภทของรถเครนมีอะไรบ้าง และเลือกใช้งานอย่างไรให้คุ้มค่าที่สุด (อัปเดต 2026)

เจาะลึกประเภทของรถเครนทั้ง Mobile Crane, Tower Crane และเครนอื่นๆ พร้อมสอนวิธีเลือกเช่ารถเครน (พร้อมคนขับ) ให้เหมาะกับงาน ประหยัดงบ และปลอดภัยที่สุด

8 นาทีS.K. Kunatham Group

ภาพประกอบบทความ

ประเภทของรถเครนมีอะไรบ้าง และเลือกใช้งานอย่างไรให้คุ้มค่าที่สุด (อัปเดต 2026)คู่มือการเช่าเครน ทั่วไป - ภาพที่ 1 จาก 1
1/1

สรุปย่อ: การเลือกประเภทรถเครนให้ถูกต้องช่วยประหยัดงบประมาณและเวลาได้มหาศาล รถเครนหลักๆ แบ่งเป็น Mobile Crane (เครนล้อยางเคลื่อนที่เร็ว) ที่คล่องตัวสูง, Rough Terrain (สำหรับพื้นที่สมบุกสมบัน) เหมาะกับไซต์ดินโคลน, Crawler Crane (เครนตีนตะขาบ) รับน้ำหนักมหาศาล และ Truck Crane (เครนติดรถบรรทุก/รถเฮี๊ยบ) ยกและขนส่งในคันเดียว หลักการเลือกที่สำคัญคือต้องพิจารณา "น้ำหนักที่ยก", "ระยะความสูง/รัศมี", และ "สภาพพื้นที่หน้างาน" หากไม่แน่ใจ ควรปรึกษาบริษัทให้เช่าเครนที่มีวิศวกรประเมินหน้างานฟรี เพื่อความปลอดภัยขั้นสูงสุด และหลีกเลี่ยงอุบัติเหตุรถเครนพลิกคว่ำ

ประเภทของรถเครนมีอะไรบ้าง และเลือกใช้งานอย่างไรให้คุ้มค่าที่สุด

หากคุณเป็นผู้รับเหมา วิศวกร เจ้าของโครงการก่อสร้าง หรือแม้แต่เจ้าของโรงงานที่กำลังจะนำเข้าเครื่องจักรใหม่ คำถามแรกๆ เมื่อต้องมีการยกย้ายเครื่องจักรหรือวัสดุหนักคือ "เราควรใช้รถเครนแบบไหน?" และ "ต้องใช้เครนขนาดกี่ตัน?"

การตัดสินใจเลือกเครนผิดประเภท ไม่เพียงแต่ทำให้เสียค่าใช้จ่ายเกินจำเป็น (Over-spec) ทว่าหากเลือกเครนที่มีขนาดเล็กเกินไป (Under-spec) อาจก่อให้เกิดความล่าช้าและอันตรายร้ายแรงหน้างาน เช่น สลิงขาด หรือรถเครนพลิกคว่ำได้ บทความนี้จะพาคุณไปทำความรู้จัก ประเภทของรถเครน ทุกรูปแบบที่นิยมใช้ในประเทศไทย พร้อมวิธีประเมินหน้างานเพื่อเลือกใช้เครื่องจักรให้ตอบโจทย์ และคุ้มค่าเงินทุกบาททุกสตางค์!


1. ทำความรู้จัก 5 ประเภทรถเครนยอดนิยม (Popular Crane Types)

อุตสาหกรรมการยกย้ายของหนักมีเครื่องจักรให้เลือกหลายรูปแบบ รถเครนแต่ละชนิดถูกออกแบบมาเพื่อแก้ปัญหาที่ต่างกัน โดยหลักๆ จะแบ่งตาม "ลักษณะช่วงล่าง (Undercarriage)" และ "ประเภทการใช้งาน" ดังนี้:

1.1 รถเครนล้อยาง (All Terrain Crane / Mobile Crane)

รถเครนล้อยาง หรือที่ช่างไทยเรียกกันติดปากว่า รถโมบายเครน (Mobile Crane) ถือเป็นพระเอกของวงการ เพราะมีความยืดหยุ่นสูงมาก

  • ลักษณะเด่น: มีช่วงล้อเหมือนรถบรรทุกขนาดใหญ่ สามารถขับเคลื่อนบนถนนหลวงด้วยความเร็วที่กฎหมายกำหนดได้ นำทางตัวเองไปยังไซต์งานได้เลย เมื่อถึงหน้างานจะทำการยื่น "ขาหยั่ง (Outrigger)" ออกมาค้ำยันพื้นดินเพื่อสร้างความมั่นคงก่อนทำการยก
  • เหมาะสำหรับ: งานก่อสร้างอาคารทั่วไป, งานยกโครงสร้างเหล็กหลังคา, งานติดตั้งป้ายโฆษณาขนาดใหญ่, งานยกชิลเลอร์ (Chiller) ขึ้นดาดฟ้า, หรืองานยกเครื่องจักรเข้าโรงงาน
  • ข้อดี: คล่องตัวสูงมาก ประหยัดเวลาและค่าใช้จ่ายในการขนย้าย (Mob/Demob) เพราะไม่ต้องใช้รถเทรลเลอร์ลากจูง
  • ข้อจำกัด: ไม่สามารถวิ่งพร้อมกับยกของ (Pick and Carry) ได้

1.2 รถเครนแบบสมบุกสมบัน (Rough Terrain Crane)

เมื่อหน้างานไม่ใช่ถนนคอนกรีตเรียบๆ แต่เป็นดินโคลน หรือไซต์ก่อสร้างที่เพิ่งเริ่มเปิดหน้าดิน นี่คือหน้าที่ของ Rough Terrain Crane

  • ลักษณะเด่น: มีช่วงล้อที่สั้น ล้อมีขนาดใหญ่ ดอกยางลึกหนา และขับเคลื่อน 4 ล้อ (4WD) บางรุ่นสามารถบังคับเลี้ยวได้ทั้ง 4 ล้อ (Crab Steering) ออกแบบมาเพื่อลุยดิน ลุยโคลนโดยเฉพาะ
  • เหมาะสำหรับ: ไซต์งานก่อสร้างเกิดใหม่, การสร้างโรงไฟฟ้าหรือโรงงานในพื้นที่ห่างไกล, พื้นที่ออฟโรด หรือเหมืองหิน
  • ข้อดี: ทรงตัวเยี่ยมบนพื้นผิวขรุขระ สามารถเข้าถึงพื้นที่ที่รถเครนล้อยางทั่วไปเข้าไม่ได้
  • ข้อจำกัด: วิ่งบนถนนหลวงด้วยความเร็วสูงไม่ได้ หากต้องย้ายไซต์งานที่อยู่ไกลกันมากๆ ต้องใช้รถเทรลเลอร์ (Lowbed) ขนส่ง

1.3 เครนตีนตะขาบ (Crawler Crane)

เครื่องจักรยักษ์ใหญ่ที่สายตาคนทั่วไปมักจะได้เห็นในโครงการ "เมกะโปรเจกต์ (Mega Projects)" ระดับชาติ

  • ลักษณะเด่น: ขับเคลื่อนด้วยระบบสายพานตีนตะขาบ (Track) ไม่มีขาหยั่ง แต่ใช้ตีนตะขาบและชุดน้ำหนักถ่วง (Counterweight) ขนาดมหาศาลเป็นฐานรับน้ำหนัก สามารถเคลื่อนที่หน้างานได้แม้ขณะที่ยังแขวนน้ำหนักพ่วงอยู่ (Pick and Carry)
  • เหมาะสำหรับ: งานก่อสร้างสะพาน, งานระบบรถไฟฟ้า, งานประกอบชิ้นส่วนขนาดใหญ่มากๆ เช่น ชิ้นส่วนกังหันลม (Wind Turbine) หรือ โครงสร้างปิโตรเคมีในทะเล (Offshore/Onshore)
  • ข้อดี: ยกน้ำหนักได้ในปริมาณมหาศาล (ตั้งแต่ 50 ตัน ไปจนถึง 3,000 ตัน!) มีความเสถียรสูงมากบนพื้นดินนุ่ม
  • ข้อจำกัด: ค่าเคลื่อนย้าย (Mobilization) สูงมาก เพราะต้องถอดประกอบแยกชิ้นส่วนขึ้นรถเทรลเลอร์หลายสิบคันเพื่อนำไปประกอบหน้างาน

1.4 รถบรรทุกติดเครน (Truck Loader Crane / Hiab / Boom Truck)

หรือที่คนไทยรู้จักกันในชื่อ "รถเฮี๊ยบ (Hiab)" ซึ่งแท้จริงแล้ว Hiab เป็นชื่อแบรนด์ แต่ถูกเรียกจนชินปาก

  • ลักษณะเด่น: เป็นรถบรรทุก (6 ล้อ, 10 ล้อ, 12 ล้อ) ที่มีการติดตั้งแขนเครนแบบพับได้ (Knuckle Boom) หรือแบบยืดหดได้ชิ้นเดียว ไว้ด้านหลังห้องโดยสาร
  • เหมาะสำหรับ: งานที่ต้อง "ยก" และ "ขนส่ง" ไปพร้อมๆ กัน เช่น ขนย้ายแคมป์คนงานตู้คอนเทนเนอร์, ขนม้วนสายไฟ, ขนท่อประปา, ขนส่งเครื่องจักรอุตสาหกรรมชิ้นเดี่ยว
  • ข้อดี: "ยก-ขน-ย้าย" จบได้ในรถคันเดียว ช่วยประหยัดค่าใช้จ่ายไม่ต้องเช่าทั้งรถเครนและรถบรรทุกแยกกัน
  • ข้อจำกัด: ยกของหนักมากๆ หรือยกขึ้นที่สูงมากๆ ไม่ได้ (มักจะจำกัดน้ำหนักยกไม่เกิน 3-10 ตัน ตามสเปคของบูม)

1.5 ทาวเวอร์เครน (Tower Crane)

แม้จะไม่ใช่รถ แต่คือหัวใจของการสร้างตึกระฟ้า

  • ลักษณะเด่น: เป็นโครงสร้างหอคอยเหล็กสูงตระหง่าน ติดตั้งอยู่กับที่ (Fixed) มีแขน (Jib) ยื่นยาวออกไปหมุนได้ 360 องศา
  • เหมาะสำหรับ: งานก่อสร้างคอนโดมิเนียม, ตึกสูง, เขื่อน
  • ข้อดี: รัศมีทำการกว้างขวาง และสามารถต่อความสูงขึ้นไปได้เรื่อยๆ ตามความสูงของตึก
  • ข้อจำกัด: ต้องใช้เวลาติดตั้งและรื้อถอนนาน และอยู่กับที่ตลอดโครงการ

2. วิธีเลือกรถเครนให้ "คุ้มค่า" และ "ปลอดภัย" ที่สุด (Crane Selection Checklist)

เมื่อคุณทราบลักษณะของเครนในแต่ละรูปแบบแล้ว คราวนี้มาถึงการตอบคำถามว่า "เราจะเลือกสเปคไหน และขนาดกี่ตัน?" นี่คือ Checklist 4 ข้อที่วิศวกรใช้ประเมินก่อนตัดสินใจเช่า:

🟢 2.1 น้ำหนักและขนาดของวัตถุ (Load Weight & Dimensions)

หลักการพื้นฐานที่สุดคือ ของหนักกี่ตัน? กว้างยาวเท่าไหร่? ข้อควรระวังอย่างยิ่ง: ถ้ารถเครนบอกว่ารับน้ำหนักได้ "50 ตัน" ตามสเปคเครื่องยนต์ ไม่ได้หมายความว่าจะยกของ 50 ตันได้ในทุกระยะ! พิกัด 50 ตันคือการยกในระยะประชิดตัวรถที่สุด คุณต้องคำนวณเผื่อค่า Safe Working Load (SWL) ประมาณ 75-80% ของกำลังสุทธิ และอย่าลืมบวก "น้ำหนักของสลิงและรอกตะขอ (Rigging Gears)" เข้าไปในน้ำหนักของวัตถุด้วยเสมอ

🟢 2.2 ระยะรัศมีและความสูง (Radius & Height)

เรื่องนี้ท้าทายกว่าเรื่องน้ำหนัก! น้ำหนักที่เครนยกได้จะ แปรผกผัน กับระยะห่าง ยิ่งต้องยื่นแขนบูม (Boom) ออกไปไกล (รัศมีกว้าง) หรือยกขึ้นไปสูงมากเท่าไหร่ ความสามารถในการรับน้ำหนักจะลดลงอย่างฮวบฮาบ

  • ตัวอย่าง: รถเครน 50 ตัน อาจจะยกของหนัก 2 ตันได้ หากต้องยืดแขนออกไปไกล 30 เมตรจากตัวรถ ดังนั้น คุณต้องตลับเมตรวัดระยะห่างแนวราบ จากจุดศูนย์กลางที่รถเครนจะจอด ไปจนถึงจุดศูนย์กลางที่ของจะถูกนำไปวาง

🟢 2.3 สภาพพื้นที่หน้างาน (Site Condition & Access)

รถมาถึง แต่เข้าทำงานไม่ได้ เป็นปัญหาคลาสสิกที่ทำให้เสียเงินฟรี! ประเมินปัจจัยเหล่านี้:

  • ทางเข้า: กว้างพอให้รถขนาด 10+ ล้อ เลี้ยวตีวงเข้ามุมซอยได้หรือไม่?
  • พื้นดินรับน้ำหนักบรรทุก (Ground Bearing Pressure): พื้นเป็นดินเหนียวนิ่มๆ ดินทราย หรือปูน? หากหน้าดินนิ่ม หรือมีโพรงท่อระบายน้ำด้านล่าง รถเครนอาจทะลุพื้น หรือขาตั้งทรุด ต้องแจ้งผู้ให้เช่าเพื่อเตรียม แผ่นเหล็กรองพื้น (Steel plates / Outrigger pads) ไปเสริมกำลังเสมอ
  • อุปสรรคทางอากาศ (Overhead Obstructions): มีสายไฟแรงสูง ต้นไม้ใหญ่ หรือกันสาดตึกกีดขวางการสวิงของแขนเครนหรือไม่? กฎหมายระบุระยะห่างปลอดภัยจากสายไฟแรงสูงไว้ชัดเจน หากใกล้เกินไป อาจเกิดไฟกระโดด (Arc) เป็นอันตรายถึงชีวิต

🟢 2.4 เช่า "พร้อมคนขับ" สบายใจกว่า (Operator Expertise)

การเช่ารถเครนนั้นต่างจากการเช่ารถยนต์ทั่วไป การพยายามประหยัดงบด้วยการหาคนขับฟรีแลนซ์มาขับเครื่องจักรหลักล้าน มีความเสี่ยงมหันต์ แนะนำให้เลือกบริการเช่า พร้อมคนขับ (Operator) ที่มี ใบอนุญาต ปจ.2 และมีทีมงาน "4 ผู้" (ผู้บังคับ, ผู้ควบคุม, ผู้ให้สัญญาณ, ผู้ยึดเกาะ) อย่างครบถ้วน เพราะผู้ปฏิบัติงานที่เชี่ยวชาญจะสามารถอ่าน Load Chart และประเมินสถานการณ์ฉุกเฉิน (เช่น ลมกรรโชกแรง) ได้อย่างถูกต้องตรงเผง


3. คำถามที่พบบ่อย (FAQs) เกี่ยวกับการเลือกรถเครน

Q: เช่าเครนคิดราคาอย่างไร? A: ส่วนใหญ่คิดเป็น "รายวัน" (Daily rate - 8 ชั่วโมง) หรือ "รายเดือน" (Monthly rate) หากเป็นการใช้รถ Mobile Crane ระยะไกล จะมีบวกเพิ่ม "ค่าเดินทาง" (Mob/Demob) ทว่าบริษัทขนาดใหญ่หลายแห่งมักมีเรทเหมาจบที่รวมค่าน้ำมันและคนขับแล้วเรียบร้อย

Q: หากให้ข้อมูลน้ำหนักของผิด แล้วเกิดอุบัติเหตุ ใครรับผิดชอบ? A: ตามหลักการ ฝั่งผู้เช่า (ลูกค้า) มีหน้าที่ให้ข้อมูลการประเมินน้ำหนักวัตถุที่ถูกต้อง แต่ในทางปฏิบัติ บริษัทให้เช่ารถเครนมืออาชีพจะไม่เชื่อตัวเลขลอยๆ ทีมผู้ควบคุมการยก (Lifting Supervisor) จะขอตรวจสอบ Nameplate ของเครื่องจักร หรือขอแบบ Drawing เพื่อคำนวณค่าน้ำหนักสุทธิเองด้วยเสมอ เพื่อป้องกันข้อพิพาททางกฎหมาย

Q: รถเครนทำงานกลางคืน หรือช่วงฝนตกได้ไหม? A: กฎหมายไม่อนุญาตให้รถเครนทำงานในช่วงที่ฝนตกหนัก มีพายุ ฟ้าคะนอง หรือมีแนวโน้มความเร็วลมสูงเกินกว่าที่มาตรฐานผู้ผลิตเครื่องจักร (Manufacturer) ให้นิยามความปลอดภัย ส่วนการทำงานกลางคืนสามารถทำได้ แต่ไซต์งานต้องมีความสว่างตามเกณฑ์มาตรฐานความปลอดภัย ไม่ให้เกิดเงาหลอกลวงสายตา


4. สรุป

การเลือกรถเครนให้เหมาะสมไม่ใช่แค่เรื่องของความคุ้มค่า แต่คือเรื่องของการบริหารจัดการความเสี่ยง (Risk Management) และป้องกันอุบัติเหตุที่ไม่คาดฝัน หากคุณแค่ต้องการยกย้ายในพื้นที่เมืองหรือหน้างานที่เข้าถึงง่าย Mobile Crane คือคำตอบที่ตอบโจทย์ แต่หากงานของคุณเป็นโรงไฟฟ้าหรือพื้นที่อุกฤษณ์ Rough Terrain ย่อมดีกว่า

🚨 สับสนเรื่องขนาด? ไม่แน่ใจว่าต้องใช้เครนกี่ตัน?

อย่าปล่อยให้โครงการล่าช้าหรือเสี่ยงงบบานปลายจากการเลือกเครน Over/Under Spec! ให้ทีมวิศวกรผู้เชี่ยวชาญจาก S.K. Kunatham Group ช่วยลงพื้นที่ประเมินให้ฟรี! 📞 บริการเช่ารถเครน 25-500 ตัน พร้อมคนขับและทีมงาน 4 ผู้ มืออาชีพ: โทรเลย: 074-333-074 หรือทักแชทส่งรูปหน้างานผ่าน LINE: @skgroup

แท็ก

#ประเภทรถเครน#เช่ารถเครน#เลือกรถเครน#Mobile Crane#รถเครนพร้อมคนขับ

ข้อมูลบทความ

หมวดหมู่คู่มือการเช่าเครน
สถานที่ทั่วไป
วันที่2026-03-14

💬สนใจบริการของเรา?

ติดต่อเราเพื่อขอคำปรึกษาและใบเสนอราคาฟรี

ขอใบเสนอราคา
ทีมงาน เอส.เค.คุณธรรม กรุ๊ป พร้อมให้บริการ

บริการครบวงจรมาตรฐานระดับสากล

ให้ทีมผู้เชี่ยวชาญของเราช่วยวางแผนและให้คำปรึกษาฟรี เพื่อให้ทุกงานของคุณสำเร็จลุล่วงอย่างราบรื่นและปลอดภัยสูงสุด